XIAOMI รุ่น KINGSMITH F1
รวม 10 ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ตอบโจทย์สายเฮลตี้ ปี 2024!
Gift Suwannee
Share:
ใครกำลังอยากเพิ่มการออกกำลังกายในสไตล์คาร์ดิโออย่างการเดินและวิ่งเข้าไปในนิสัยประจำวัน การมีลู่วิ่งไฟฟ้าติดบ้านกันเอาไว้ช่วยให้คุณทำนิสัยนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งในตอนนี้มีหลายแบบ หลากสไตล์ให้เลือก แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนทุกคนในบ้านก็สามารถใช้ร่วมกันได้อย่างแน่นอน ดังนั้นวันนี้ใครตามหาอยู่ว่าจะเลือกลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี เรามีคำตอบมาแนะนำให้คุณนำไปเป็นตัวเลือกกัน
KEEP GOING MAX 2.0 แรงม้า | Amazfit Airrun Smart Treadmill | FITEX R500 | Johnson รุ่น Horizon Treadmill T101 | Johnson รุ่น Horizon Treadmill T101 | GSports รุ่น GS-T880CM | OVICX รุ่น i1 Treadmill | OMA Fitness รุ่น OMA-5116CAI | Matrix Treadmill TF50 XUR (ลู่วิ่งไฟฟ้าเกรดพรีเมียม) | ||
ข้อดี | เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน KS Fit เพื่อใช้งานและเก็บข้อมูลได้ | ระบบสปริงลดแรงกระแทกของหัวเข่า และสะโพก | มีลำโพง JBL สองข้าง ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม | ต่อ wifi ได้ | รับประกันมอเตอร์นาน 5 ปี | ทำจากสเเตนเลสพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นสนิม มีรสชาติมัน หอม ละมุน | มีที่ปั่นเอว | ใช้ระบบดูดซับแรงกระแทกจากเยอรมัน | มีทั้งหมด 36 โปรแกรมอัตโนมัติ | Ultimate Deck™ System ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ |
แรงม้า | 1-3 | 2 | 1.25 | 4.5 | 2.5 | 2 | 1.5 | 3 | 1.75-2.6 | 3.25 |
ขนาด (เซนติเมตร) | 79.2 x 148 x 106 | 127 x 62 x 118 | 159 x 81 x 125 | 174 x 74 x 136 | 180 x 85 x 148 | 160 x 77 x 119.5 | 69 x 132 x 125 | 162 x 65 x 114 | 75 x 161.5 x 138 | 195 × 90 × 157 |
น้ำหนักที่รองรับได้ (กิโลกรัม) | 100-120 | 120 | 100 | 100 | 124 | 100 | 90 | 100 | 100 | 181 |
ราคาเริ่มต้น | 11,990 บาท | 3,699 บาท | 19,999 บาท | 12,093 บาท | 37,905 บาท | 14,388 บาท | 10,590 บาท | 12,900 บาท | 18,900 บาท | 170,050 บาท |
ซื้อได้ที่/ติดต่อ |
เทคนิคการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า ให้เจอว่ายี่ห้อไหนดี และเหมาะกับคุณ
สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ดังนั้นเวลาเลือกต้องดูหลาย ๆ องค์ประกอบร่วมกัน เพื่อตามหาสิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะกับคุณที่สุดมาใช้กัน มีอะไรที่ต้องใช้ในการเลือกบ้าง มาดูกัน
- เลือกจากความแรงของมอเตอร์
ในส่วนของมอเตอร์ลู่วิ่งไฟฟ้านั้นมีหน่วยเป็นแรงม้า และเมื่อต้องการเลือกซื้อไม่เคยละเลยเรื่องนี้ เพราะมีผลกับความเร็วในการวิ่งที่คุณต้องการ ยิ่งมีแรงม้ามากเท่าไรก็จะทำให้คุณสามารถทำความเร็วและวิ่งต่อเนื่องได้ยาวนานมากขึ้นเท่านั้น ลู่วิ่งไฟฟ้าที่วางขายในปัจจุบันมักมีมอเตอร์ตั้งแต่ 1 แรงม้า ไปจนถึง 4-5 แรงม้าที่เหล่านักวิ่งมีอาชีพมักใช้กัน - เลือกจากน้ำหนักที่ลู่วิ่งไฟฟ้ารองรับได้
คุณควรเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าให้เหมาะกับน้ำหนักของผู้ใช้งาน ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถรับน้ำหนักได้ที่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป แต่บางรุ่นก็อาจรับได้น้อยกว่านี้ โดยนอกจากเรื่องน้ำหนักยังติดคิดถึงแรงกระแทกเพิ่มกันด้วย ใครที่ชอบวิ่งนาน น้ำหนักเยอะ แนะนำว่าให้เลือกการองรับให้เหมาะ เพื่อลู่วิ่งจะได้ใช้งานได้อย่างทนทาน คุ้มราคาที่สุด - เลือกจากความเร็วที่ลู่วิ่งสามารถทำได้
ความเร็วนั้นจะคำนวณกันเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสัมพันธ์กับตัวมอเตอร์ และแน่นอนว่าไปสอดคล้องกับแรงม้าว่าถ้ามีแรงม้ามากเท่าไรก็ยิ่งทำความเร็วได้สูงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะทำได้ที่ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง - เลือกให้เหมาะกับพื้นที่
ถือว่าลู่วิ่งไฟฟ้านั้นมาพร้อมขนาดที่ใหญ่อยู่ไม่น้อย ถ้าคุณมีพื้นที่เพียงพอก็สามารถเลือกความใหญ่ของใครได้ตามสบาย แต่ถ้าใครต้องการประหยัดพื้นที่การมองหาเครื่องเล็ก หรือลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บได้ จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีกว่าอย่างแน่นอน
ความเร็วการวิ่งเท่าไร เหมาะกับการออกกำลังกายแบบไหนบ้าง
เมื่อได้ลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพของคุณกันแล้ว เรามาเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องความเร็วระดับต่าง ๆ ว่ามีความเหมาะสมกับการวิ่งแบบไหนกันเพิ่มดีกว่า
- ความเร็ว 0-5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่เน้นการเดินเร็ว
- ความเร็ว 6-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการวิ่งจ็อกกิ้ง
- ความเร็ว 11-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการฝึกการวิ่งเร็ว หรือความทนทานของร่างกาย
- ความเร็ว 16-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับการวิ่งแบบสปรินท์
ความชันในการใช้ลู่วิ่งไฟฟ้ามีประโยชน์อย่างไร
ไม่ใช่แค่การวิ่งเร็วเท่านั้นที่ทำให้ร่างกายได้รับการคาร์ดิโอ แต่ความชันก็มีส่วนกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยลดน้ำหนัก และดีกับสุขภาพไม่แพ้กัน โดยลู่วิ่งไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมาพร้อมความสามารถในการปรับระดับความชันอยู่ที่ 0%-15% จากพื้น แต่ถ้าเป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมฟังก์ชันล้ำ ๆ ก็อาจสามารถปรับความชันให้เหมือนกับการเดินขึ้นเขาได้เลยทีเดียว ยิ่งมีความชันเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มความสามารถในการเผาพลาญไขมันให้กับร่างกายได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครไม่อยากวิ่งเร็ว แต่ยังอยากสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมัน แนะนำเลยว่าให้คุณมองหาลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมระดับความชันให้เลือกหลายระดับ
แชร์ 10 ลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีติดบ้านไว้แล้วสุขภาพดีได้ในหลายมิติ 2024!
ในปีนี้มีลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี รุ่นไหนปัง และเหมาะที่จะซื้อไปดูแลสุขภาพกันที่บ้านบ้าง เราเตรียมทุกยี่ห้อที่คนใช้จริงโหวตว่าดีมาฝากกันที่นี่เรียบร้อยแล้ว เครื่องไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่คุณต้องการสามารถซื้อตามกันได้เลย เพราะเราเลือกของที่ดีที่สุดมาแนะนำคุณกันทั้งหมด สามารถมั่นใจในคุณภาพกันได้เลย
1. XIAOMI รุ่น KINGSMITH F1
ลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมการรับประกัน 1 ปี โดย Firm at Home ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ KingSmith ผลิตมาแบบ Global Version รองรับปลั๊กไทย ใช้งานคู่กับแอปพลิเคชัน KS Fit เลือกใช้มอเตอร์แบบ High Torque ออกแบบจากเยอรมัน 1 แรงม้า โดยมีกำลังสูงสุด 3 แรงม้า โครงสร้างเป็นอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา คุณภาพดี แข็งแรงทนทาน ปรับความเร็วได้ 0.8-12 กม./ชม. สายพานกว้าง 48 x 120 ซม. รับน้ำหนักได้ถึง 100 กก. ในโหมดวิ่ง และ 120 กก. ในโหมดเดิน ทำงานเงียบ ในระดับเสียงเพียง 60 dB ดีไซน์สวยงาม บางเบา น้ำหนักเบาเพียง 33 kg. ใช้งานง่าย ไม่ต้องประกอบ พับเก็บได้ง่าย มีล้อเลื่อน ควบคุมการทำงานด้วยรีโมทคอนโทรล พร้อมหน้าจอ LED
2. KEEP GOING MAX 2.0 แรงม้า
ลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถปรับความชันได้ 3 ระดับ สามารถตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจได้ มาพร้อมความแรง 2 แรงม้า พร้อมระบบรับแรงกระแทก สามารถพับเก็บได้ประหยัดเนื้อที่ ระบบสปริงลดแรงกระแทกของหัวเข่า และสะโพกของคุณ มี Safety Key หยุดฉุกเฉิน ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ มีล้อเลื่อนเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย
3. Amazfit Airrun Smart Treadmill
ข้อดี
มีลำโพง JBL สองข้าง ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม
แรงม้า
1.25
ขนาด (เซนติเมตร)
159 x 81 x 125
น้ำหนักที่รองรับได้ (กิโลกรัม)
100
ราคาเริ่มต้น
19,999 บาท
ซื้อได้ที่/ติดต่อ
ลู่วิ่งไฟฟ้า ที่มาพร้อมสายพานกว้างให้ความรู้สึกมั่นคงขณะวิ่ง มาพร้อมกับสารเคลือบยางกันลื่น ทำให้วิ่งสบายและปลอดภัยมากขึ้น พับเก็บง่าย ใช้เวลาเพียง 5 วินาที มีปุ่มกดสั่งพับบริเวณด้านหลังที่วางแขน ในลู่วิ่งมีลำโพง JBL สองข้าง ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมขณะออกกำลังกาย ออกแบบให้ดูดซับแรงกระแทก และลดแรงกระแทกที่หัวเข่าได้ดี สามารถซิงค์ข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจกับนาฬิกา Amazfit ได้ เลือกใช้วัสดุเป็นโลหะ ไร้รอยต่อ ดูเรียบง่าย แต่สมบูรณ์แบบ และยังแจ้งเตือนคุณเมื่อถึงเวลาการซ่อมบำรุง มีช่องหยอดน้ำมัน และเครื่องมือ จะอยู่บริเวณมุมเครื่อง ง่ายต่อการหยิบใช้และจัดเก็บ
4. FITEX R500
ลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมสายพานกว้าง และระบบปรับความชันไฟฟ้า 18 ระดับ มีโปรแกรมการออกกำลังกาย 12 โปรแกรม ความเร็วสูงสุดที่ 18 กม./ชม. มอเตอร์ประหยัดพลังงาน 4.5 แรงม้า ใช้ระบบโช๊คตัวใหญ่พิเศษ พร้อมด้วย ComfortTech 6-Point Commercial Grade Damping System ลิขสิทธิ์เฉพาะจาก USA เปลี่ยนแรงกระแทกจากแนวตั้งให้เป็นแนวนอน ลดแรงกระแทกตามข้อของผู้วิ่งได้มากถึง 70% ใช้หน้าจอ LCD 5.5 นิ้ว ในการแสดงผลต่าง ๆ สามารถต่อ wifi ได้ รองรับน้ำหนักสูงสุด 140 กิโลกรัม มี Safety Key และยังสามารถเชื่อมต่อกับมือถือผ่านแอปพลิเคชันได้อีกด้วย
5. Johnson รุ่น Horizon Treadmill T101
ลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมหน้าจอ LED แสดงผลเวลา ความเร็ว ระยะทาง แคลอรี่ อัตราการเต้นหัวใจ ความชันได้ มีโปรแกรม 41 โปรแกรม มอเตอร์ 2.5 แรงม้า มีความเร็วให้เลือก 0.8 – 18 km/h ปรับความชันได้ 0 – 10% รับน้ำหนักสูงสุด 124 กิโลกรัม
6. Pando Treadmill P3
ข้อดี
ทำจากสเเตนเลสพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นสนิม
แรงม้า
2
ขนาด (เซนติเมตร)
160 x 77 x 119.5
น้ำหนักที่รองรับได้ (กิโลกรัม)
100
ราคาเริ่มต้น
14,388 บาท
ซื้อได้ที่/ติดต่อ
ลู่วิ่งไฟฟ้า มีบลูทูธในตัว พับเก็บได้ และยังสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้อีกด้วย เครื่องนี้มาพร้อม Bluetooth และ Hi-Fi Speaker เพิ่มแถบไฟที่จะช่วยเพิ่มความสนุกในการออกกำลังกาย ที่ราวจับสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ ออกแบบมาสําหรับใช้ในบ้าน ปรับความเร็วได้ 0.1-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มอเตอร์ 2 เเรงม้า ทำจากสเเตนเลสพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นสนิม
7. GSports รุ่น GS-T880CM
ลู่วิ่งไฟฟ้า พร้อมที่ปั่นเอว สามารถวัดชีพจรได้ด้วยที่จับทั้งสองข้าง เหมาะทั้งสำหรับวิ่งหรือเดิน ความเร็ว 0.8-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปรับความชันได้ 3 ระดับ ด้วยระบบ Manual หน้าจอ LED แสดงผล ระยะทาง เวลา แคลอรี่ ความเร็ว ชีพจร มาพร้อมรูปแบบการทำงาน 1 Manual และ 12 programs ความแรงมอเตอร์ 1.5 แรงม้า รับน้ำหนักผู้เล่น 90 กิโลกรัม
8. OVICX รุ่น i1 Treadmill
ลู่วิ่งไฟฟ้าที่จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นฟิตเนส ดีไซน์ขาด้านล่างของตัวลู่วิ่งออกแบบมาให้ป้องกันแรงกระแทก ทำให้ไม่เกิดเสียงดังขณะวิ่ง และช่วยในการป้องกันแรงสั่นสะเทือน ใช้ระบบดูดซับแรงกระแทกจากเยอรมัน ราวจับลู่วิ่งจับได้ง่าย สะดวก ด้านข้างมีที่พักเท้า พับเก็บได้ สะดวกต่อการใช้งาน รองรับผู้ใช้งานน้ำหนักสูงสุด 100 กิโลกรัม
9. OMA Fitness รุ่น OMA-5116CAI
ลู่วิ่งไฟฟ้า มอเตอร์แรง 1.75 แรงม้า สูงสุด 2.6 แรงม้า ปรับความเร็ว 1-16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปรับความชัน 1-12 ระดับ มาพร้อมหน้าจอ 5 นิ้ว แบบ LCD Blue Screen และมีทั้งหมด 36 โปรแกรมอัตโนมัติ 1 โปรแกรมปกติให้เลือกออกกำลังกายตามสไตล์ของคุณ และยังมี 3 โปรแกรมให้ผู้ใช้สร้างได้เอง มีช่องต่อ MP3 และช่อง USB สำหรับชาร์จ รับน้ำหนักผู้เล่นได้สูงสุด 100 กิโลกรัม
10. Matrix Treadmill TF50 XUR (ลู่วิ่งไฟฟ้าเกรดพรีเมียม)
ใครต้องการลู่วิ่งที่มาพร้อมความพรีเมียม และทรงประสิทธิภาพที่สุดขอแนะนำว่าให้ลองใช้รุ่นนี้กัน เพราะมาพร้อมการออกแบบที่พับได้ และมาพร้อมคอนโซลรุ่น XUR รวมถึงระบบ Johnson Drive™ สุดพิเศษข และ Ultimate Deck™ System ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของแบรนด์อีกด้วย
สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่ง ดังนั้นเวลาเลือกต้องดูหลาย ๆ องค์ประกอบร่วมกัน เพื่อตามหาสิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะกับคุณที่สุดมาใช้กัน มีอะไรที่ต้องใช้ในการเลือกบ้าง มาดูกัน
- เลือกจากความแรงของมอเตอร์
ในส่วนของมอเตอร์ลู่วิ่งไฟฟ้านั้นมีหน่วยเป็นแรงม้า และเมื่อต้องการเลือกซื้อไม่เคยละเลยเรื่องนี้ เพราะมีผลกับความเร็วในการวิ่งที่คุณต้องการ ยิ่งมีแรงม้ามากเท่าไรก็จะทำให้คุณสามารถทำความเร็วและวิ่งต่อเนื่องได้ยาวนานมากขึ้นเท่านั้น ลู่วิ่งไฟฟ้าที่วางขายในปัจจุบันมักมีมอเตอร์ตั้งแต่ 1 แรงม้า ไปจนถึง 4-5 แรงม้าที่เหล่านักวิ่งมีอาชีพมักใช้กัน - เลือกจากน้ำหนักที่ลู่วิ่งไฟฟ้ารองรับได้
คุณควรเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าให้เหมาะกับน้ำหนักของผู้ใช้งาน ส่วนใหญ่แล้วจะสามารถรับน้ำหนักได้ที่ 100 กิโลกรัมขึ้นไป แต่บางรุ่นก็อาจรับได้น้อยกว่านี้ โดยนอกจากเรื่องน้ำหนักยังติดคิดถึงแรงกระแทกเพิ่มกันด้วย ใครที่ชอบวิ่งนาน น้ำหนักเยอะ แนะนำว่าให้เลือกการองรับให้เหมาะ เพื่อลู่วิ่งจะได้ใช้งานได้อย่างทนทาน คุ้มราคาที่สุด - เลือกจากความเร็วที่ลู่วิ่งสามารถทำได้
ความเร็วนั้นจะคำนวณกันเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความสัมพันธ์กับตัวมอเตอร์ และแน่นอนว่าไปสอดคล้องกับแรงม้าว่าถ้ามีแรงม้ามากเท่าไรก็ยิ่งทำความเร็วได้สูงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเฉลี่ยแล้วจะทำได้ที่ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง - เลือกให้เหมาะกับพื้นที่
ถือว่าลู่วิ่งไฟฟ้านั้นมาพร้อมขนาดที่ใหญ่อยู่ไม่น้อย ถ้าคุณมีพื้นที่เพียงพอก็สามารถเลือกความใหญ่ของใครได้ตามสบาย แต่ถ้าใครต้องการประหยัดพื้นที่การมองหาเครื่องเล็ก หรือลู่วิ่งไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บได้ จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้ดีกว่าอย่างแน่นอน
เมื่อได้ลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพของคุณกันแล้ว เรามาเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องความเร็วระดับต่าง ๆ ว่ามีความเหมาะสมกับการวิ่งแบบไหนกันเพิ่มดีกว่า
- ความเร็ว 0-5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่เน้นการเดินเร็ว
- ความเร็ว 6-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการวิ่งจ็อกกิ้ง
- ความเร็ว 11-15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับคนที่ต้องการฝึกการวิ่งเร็ว หรือความทนทานของร่างกาย
- ความเร็ว 16-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหมาะกับการวิ่งแบบสปรินท์
ไม่ใช่แค่การวิ่งเร็วเท่านั้นที่ทำให้ร่างกายได้รับการคาร์ดิโอ แต่ความชันก็มีส่วนกับการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ช่วยลดน้ำหนัก และดีกับสุขภาพไม่แพ้กัน โดยลู่วิ่งไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมาพร้อมความสามารถในการปรับระดับความชันอยู่ที่ 0%-15% จากพื้น แต่ถ้าเป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมฟังก์ชันล้ำ ๆ ก็อาจสามารถปรับความชันให้เหมือนกับการเดินขึ้นเขาได้เลยทีเดียว ยิ่งมีความชันเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มความสามารถในการเผาพลาญไขมันให้กับร่างกายได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครไม่อยากวิ่งเร็ว แต่ยังอยากสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมัน แนะนำเลยว่าให้คุณมองหาลู่วิ่งไฟฟ้าที่มาพร้อมระดับความชันให้เลือกหลายระดับ
Related Suggest
10
Mar
รวมมาให้แล้วกับ 7 คลินิก แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ไหนดี ปี 2024!
กล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังกระทบกับชีวิตประจำวันอีกด้วย ใครเป็นแต่ไม่รู้ว่าจะแก้ที่ไหนดี เรามีคำตอบ
09
Mar
แนะนำ 5 บัตรกดเงินสดเงินเดือน 12,000 เอกสารน้อย อนุมัติง่าย ปี 2024
เงินเดือน 12,000 บาท ก็มีสิทธิ์สมัครบัตรกดเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้! บทความนี้เราขอแนะนำ 5 บัตรกดเงินสดเงินเดือน 12000 สมัครง่าย เอกสารน้อย อนุมัติไว ปี 2024!
Categories

Technology
อุปกรณ์ไอที, PC, โน๊ตบุ๊ค

Keyboard
คีย์บอร์ด

Smart Phone
โทรศัพท์มือถือ

Smart Home
บ้านอัจฉริยะ

Gadget
เก็ตเจ็ต

Wellness
สุขภาพ และความงาม

Clinic
คลีนิก

Hospital
โรงพยาบาล

Health
สุขภาพร่างกาย

Supplementary
อาหารเสริม

Medical Equipment
อาหาร และยา

Beauty
เครื่องสำอาง

Food
อาหาร

Convenience Food
อาหารสะดวกซื้อ

Fashion
เสื้อผ้า

Accessories
สร้อย, แหวน, กระเป๋า, อื่นๆ

Book
หนังสือ

Games
เกมส์

Dairy Product
ผลิตภัณฑ์นม

Houseware
เครื่องใช้ภายในบ้าน

Luandry
ซักรีด

Kitchenware
เครื่องใช้ในครัว

Personalcare
ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง

Program
โปรแกรม











