Tefal
แนะนำ 10 หม้ออบลมร้อนที่ควรมีติดบ้านไว้ในปี 2023 และแตกต่างกับหม้อทอดไร้น้ำมันอย่างไร?
Gift Suwannee
Share:
หม้ออบลมร้อนยี่ห้อไหนดี เรียกได้ว่าเป็นคำที่มักจะพบเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหม้ออบลมร้อน เป็นอุปกรณ์ที่สามารถช่วยประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย ใช้งานได้ง่ายไม่มีความยุ่งยาก ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหาร การย่าง การนึ่ง รวมไปถึงการทอดแบบไร้น้ำมัน และอื่นๆอีกมากมายหลากหลายเมนู มีราคาที่ถูก พกพาได้สะดวก มีความกะทัดรัด ซึ่งหม้ออบลมร้อนยี่ห้อไหน รุ่นไหน ที่ขายดีที่สุด ทางเรา จึงขอเป็นตัวแทน มาแนะนำ 10 หม้ออบร้อนยี่ห้อไหนดี ที่ควรมีติดบ้านไว้ในปี 2023
LocknLock | Philips | Imaflex | OTTO | Hanabishi | Mitsumaru | Kashiwa | House Worth | SKG | ||
ประเภท | ขดลวด | ขดลวด | ขดลวด | ขดลวด | ขดลวด | ฮาโลเจน | ขดลวด | ขดลวด | ฮาโลเจน | ขดลวด |
วัสดุ | สแตนเลส | สแตนเลส | สแตนเลส | โถแก้ว | โถแก้ว | โถแก้ว | โถแก้ว | โถแก้ว | สแตนเลส | โถแก้ว |
ฟังก์ชันใช้งาน | ระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ พร้อมเสียงเตือน | ฟังก์ชันการประกอบหารหลากหลาย เช่น ปิ้ง คั่ว อบ ทอด เป็นต้น | ฟังก์ชันสำหรับจดจำการทำอาหาร และรักษาอุณหภูมิได้ดี | มีระบบละลายน้ำแข็งได้ ใช้พัดลมเล็กบนฝาเป่า | มีระบบควบคุมความร้อนที่เหมาะสมกับชนิดอาหาร และระบบเตือนเมื่อเสร็จ | มีระบบควบคุมการทำงานอัตโนมัติด้วย อุปกรณ์ Thermostat | กระจายลมร้อนได้ทั่วหม้อ สุกทั่วถึงทุกด้าน | มีตะแกรงเสริมสำหรับทำเฟรนฟราย | ทำความร้อนได้รวดเร็ว ช่วยประหยัดพลังไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี | ประกอบอาหารได้รวดเร็วด้วยลมร้อน และอินฟราเรด สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ |
ความจุ | 1 กิโลกรัม | 10 ลิตร | 8 ลิตร | 12 ลิตร | 12 ลิตร | 12 ลิตร | 12 ลิตร | 12 ลิตร | 12 ลิตร | 17 ลิตร |
ราคาเริ่มต้น | 5,990 บาท | 7,990 บาท | 1,800 บาท | 1,300 บาท | 1,690 บาท | 1,275 บาท | 1,290 บาท | 719 บาท | 2,190 บาท | 1,190 บาท |
กำลังไฟฟ้า (วัตต์) | 1,400 วัตต์ | 1,700 วัตต์ | 1,300 วัตต์ | 1,300 วัตต์ | 1,300 วัตต์ | 1,500 วัตต์ | 1,300 วัตต์ | 1,350 วัตต์ | 1,300 วัตต์ | |
ขนาดและน้ำหนัก | 398 x 398x 245 cm. น้ำหนัก 2,457 g. | 36.5 x 33.2 x 38.2 cm. น้ำหนัก 7.6 kg. | 35 x 35 x 20 cm. น้ำหนัก 3.6 kg. | 43 x 31 x 38 cm. น้ำหนัก 5.2 kg | 45 x 32 x 40 cm น้ำหนัก 6.5 kg. | 32 x 39 x 30 cm. น้ำหนัก 3.7 kg. | 32 x 38 x 33 น้ำหนัก 4.5 kg. | 33 x 33 x 33 น้ำหนัก 6 kg. | 35 x 35 x 20 เซนติเมตร น้ำหนัก 8 กิโลกรัม | ขนาด 36 x 23 x 36 เซนติเมตร น้ำหนัก 5 กิโลกรัม |
หม้ออบลมร้อนคืออะไร?
หม้ออบลมร้อน หรือที่เรียกกันว่า เตาอบลมร้อน เป็นเตาสำหรับการประกอบอาหาร หรือเป็นตัวช่วยสำหรับถนอมอาหาร หลักการทำงานเป็นตัวช่วยเป่าด้วยลมร้อนพัดอาหารเพื่อให้ความชื้น สามารถทำอาหารให้สุก ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้เวลาไม่นาน ปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ สามารถทำอาหารได้หลากหลายรูปแบบ เป็นเตาที่มีการพัฒนาจำลองมาจากเตาที่อบพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้มาใช้ในครัวเรือนได้สะดวก แก้ปัญหาในกรณีที่ไม่มีแดดสำหรับอบ และมีความโดดเด่น ก็คือ สะดวกสบาย และสามารถอบได้แห้งกว่า เก็บไว้ได้นาน
หม้ออบลมร้อนมีกี่ประเภท?
หม้ออบลมร้อน แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย หม้ออบลมร้อนแบบขดลวด และหม้ออบลมร้อนแบบฮาโลเจน ซึ่งจะมีความแตกต่างอย่างไร ตามไปดูกันเลย
หม้ออบลมร้อนแบบขดลวด
หม้ออบลมร้อนแบบขดลวด ประเภทของหม้ออบลมร้อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน ราคาไม่แพง ใช้งานได้ง่ายสะดวก อุปกรณ์ถอดออกมาทำความสะอาดได้สบายๆ
หม้ออบลมร้อนแบบฮาโลเจน
หม้ออบลมร้อนแบบฮาโลเจน พร้อมให้แสงสว่างอย่างชัดเจน แม้มีแสงน้อย ก็สามารถดูได้ง่ายว่าอาหารสุกหรือยัง มาพร้อมกับระบบทำความร้อนที่รวดเร็ว ช่วยประหยัดไฟได้เป็นอย่างดี แต่มีราคาที่ค่อนข้างสูง
หม้ออบลมร้อน VS หม้อทอดไร้น้ำมัน แตกต่างกันอย่างไร?
- หม้ออบลมร้อน จะมีลักษณะเป็นแก้วใส ขณะประกอบอาหาร สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ต่างจากหม้อทอดไร้น้ำมัน จะเป็นหม้อทึบ ไม่สามารถมองเห็นอาหารระหว่างการปรุงได้
- การทำงานของหม้อทอดไร้น้ำมัน จะมีเสียงดังกว่าหม้ออบลมร้อน
- หม้อทอดไร้น้ำมัน มีพื้นที่ที่ประหยัดมากกว่าหม้ออบลมร้อน แถมสามารถจัดเก็บได้ง่าย
- หม้ออบลมร้อนทำความสะอาดได้ง่าย แค่เพียงล้างโถแก้ว แต่หม้อทอดไร้น้ำมัน ต้องทำความสะอาดทั้งหม้อ และที่กรองน้ำมัน
ข้อดี-ข้อเสียของหม้ออบลมร้อนมีอะไรบ้าง?
หม้ออบลมร้อนยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้อ ก็จะมีข้อดีและข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากใครกำลังตัดสินใจจะซื้อ ก็สามารถตามเรามาดูข้อดีข้อเสียของหม้ออบลมร้อนกันก่อนได้เลย
ข้อดี
- ไม่ต้องใช้น้ำมัน สำหรับประกอบอาหาร
- หม้ออบลมร้อน ช่วยดูดน้ำมันออกมาจากเนื้อสัตว์ได้
- ขนาดกะทัดรัด พกพาได้ง่าย ไม่กินพื้นที่ในห้องครัว
- ประหยัดเวลา ไม่มีกลิ่น และไม่มีควัน
ข้อเสีย
- เมื่อมีสิ่งสกปรกไปเกาะที่ตัวให้ความร้อน จะส่งผลให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- ให้ความร้อนได้เร็วไม่เท่าที่ควร ใช้เวลานานในการประกอบอาหาร
- ไม่ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
- อุปกรณ์ให้ความร้อน หากเสียหาย เมื่อเปลี่ยนจะมีราคาค่อนข้างสูง
เลือกใช้หม้อบลมร้อนอย่างไร? ให้ตอบโจทย์การใช้งาน
การเลือกหม้ออบลมร้อน หม้ออบร้อนยี่ห้อไหนดี ต้องเลือกให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้ และได้รับมาตรฐานที่ดีที่สุด เพื่อที่จะให้ท่านได้ใช้อย่างปลอดภัย จะมีวิธีเลือกอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันได้เลย
วัสดุ
ควรเลือกหม้ออบลมร้อนที่มีโถแก้ว ขณะประกอบอาหารสามารถสังเกตความสุกของอาหารได้ง่าย ช่วยลดปัญหาการไม่ได้เป็นอย่างดี ล้างได้ง่าย สะดวกแก่การเก็บ แต่ถ้าหากกลัวว่าจะทำแต่ก็เลือกเป็นสแตนเลส
ความจุ
หม้ออบรมร้อน จะมีขนาดของความจุที่มีความแตกต่างกันออกไป เริ่มตั้งแต่ความจุ 4 ลิตร ไปจนกระทั่งความจุ 12 ลิตร เลือกหม้ออบลมร้อนที่มีขนาดความจุเหมาะสมแก่การใช้งานของท่าน อาทิเช่น การเลือกใช้หม้ออบลมร้อนขนาด 12 ลิตร เหมาะสมสำหรับครอบครัวที่มีขนาดเล็ก เป็นต้น
ฟังก์ชันการใช้งาน
หม้ออบลมร้อน จากทำให้อาหารสุกอย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นตัวช่วยรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย และเพื่อความปลอดภัย จะต้องมาพร้อมกับฟังก์ชันอะไรบ้าง อาทิเช่น
- มีปุ่ม Safety Lock ตัวช่วยความปลอดภัยที่หยุดการทำงานขณะทำความร้อน
- มีเทอร์โมฟิว เพื่อเป็นตัวช่วยตัดไฟแบบอัตโนมัติ เมื่อตรวจพบว่ามีความร้อนผิดปกติ
- ทำอาหารหลากหลายเมนูกดแค่เพียงปุ่มเดียว
- โปรแกรมสำหรับละลายน้ำแข็ง
10 ยี่ห้อหม้ออบลมร้อนที่ควรมีติดบ้านไว้ในปี 2023
ในหัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำยี่ห้อหม้ออบลมร้อน แต่ละยี่ห้อมีชื่อเสียงที่ดังมากมาย และหลาย ๆ ครอบครัวต่างพากันเลือกซื้อเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูกันดีกว่า 10 หม้ออบลมร้อนแต่ละรุ่นมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
1. ยี่ห้อ Tefal
หม้ออบลมร้อน Tefal ทำงานด้วยระบบหมุนเวียนความร้อน ที่มีกำลังไฟ 1,400 วัตต์ พัสดุมีการเคลือบด้วยเซรามิกมาเป็นอย่างดี ป้องกันรอยขีดข่วน ผลิตฝาแก้วออกมาอย่างมีคุณภาพ ทนทานต่อความร้อนสูง และสามารถล้างทำความสะอาดได้ง่าย
Pros
– ทำอาหารทอดโดยที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน, รีดน้ำมันจากเนื้อสัตว์ออกมาได้ด้วย, ล้างทำความสะอาดง่าย ไม่ต้องขัด
Cons
– ทำอาหารบางเมนู ใช้เวลาค่อนข้างนาน, เมื่อความร้อน และเวลาได้ไม่ดี อาหารอาจจะแห้งหรือไหม้ได้
2. ยี่ห้อ LocknLock
แนะนำหม้ออบลมร้อนไฟฟ้า LOCKnLOCK จะมีขนาดความจุอยู่ที่ 10 ลิตร ปรุงอาหารได้ถึง 7 ประเภทกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเมนูอบ ปิ้ง ย่าง ทอด ทำได้ตามสะดวก แถมตั้งอุณหภูมิสำหรับปรับความร้อนได้สูงสุดถึง 360 องศา ระยะเวลาสำหรับอบอาหารได้นานถึง 60 นาที เมื่อครบจะมีระบบเสียงเป็นตัวแจ้งเตือน และมาพร้อมกับการทอดอาหารแบบไร้น้ำมันได้อีกด้วย เหมาะสำหรับสายสุขภาพ
Pros
– ทำอาหารได้ทุกเมนู, ปรับอุณหภูมิความร้อนได้ตามต้องการ สูงสุดถึง 360 องศา
Cons
– หากใช้ระยะหลายปี เมื่อมีคราบน้ำมันจากการทำอาหารติดอยู่ตรงขดลวดทำความร้อน จะทำความสะอาดได้ยาก
3. ยี่ห้อ Philips
หม้ออบร้อนยี่ห้อไหนดี Philips ออกแบบปุ่มมาสามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะแก่การทำขนม และทำอาหารที่อร่อย ใช้น้ำมันแค่เพียงเล็กน้อย หรือบางเมนูก็อาจจะไม่ใช้เลย ซึ่งเป็นนวัตกรรมการทอดด้วยอากาศที่ทำให้อาหาร มีความกรอบนอกนุ่มใน ปราศจากคราบ และกลิ่นของน้ำมัน
Pros
– มีระบบ Save your favourite สามารถเซฟเมนูที่ใช้บ่อย
Cons
– มีราคาค่อนข้างสูง
Pros
– มีแผ่นอุ่นทำให้ไอน้ำไม่เกาะบนฝาหม้อ, ทำความสะอาดได้ง่าย
4. ยี่ห้อ Imarflex
หม้ออบลมร้อนที่สามารถรังสรรค์อาหารได้หลากหลายประเภท IMARFLEX รุ่น IB- 704 ไม่มีน้ำมันกระเด็นให้กวนใจ ทำความสะอาดได้ง่าย และสามารถละลายน้ำแข็งได้ โดยการใช้พัดลมเล็กบนฝาเป่า โถผลิตมาจากแก้วใส มีความทนทานต่อความร้อนสูง ตัวหม้อปรับระดับความร้อนได้สูงสุดถึง 260 องศาเซลเซียส
Pros
– ให้ความร้อนสูงด้วยหลอดฮาโลเจน ปรุงอาหารไร้น้ำมัน ดีต่อสุขภาพ
Cons
– วัสดุเป็นโถแก้ว สามารถแตกได้ง่าย
5. ยี่ห้อ OTTO
OTTO หม้ออบลมร้อนที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกเมนูอาหารของท่าน สามารถทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ รังสรรค์เมนูอาหารได้หลากหลาย รวมไปถึงการอุ่นอาหารด้วยเช่นเดียวกัน แถมไม่ต้องกลัวน้ำมันกระเด็นออกมาข้างนอก ไม่ต้องกลัวควันฟุ้งกระจาย แถมอาหารก็สุขอย่างทั่วถึง มีการพัฒนาระบบมาด้วยหลอดแก้ว Halogen ช่วยคงคุณภาพของน้ำภายในอาหารได้ครบถ้วน
Pros
– มีระบบ Safety ที่หูจับ เมื่อยกหูจับขึ้น เครื่องจะทำการตัดไฟทันที, มีไฟแสดงสถานะในการทำงาน
Cons
– วัสดุเป็นโถแก้ว สามารถแตกได้ง่าย
6. ยี่ห้อ Hanabishi
หม้ออบลมร้อนยี่ห้อไหนดี Hanabishi MV-007 ลักษณะของตัวหม้อจะออกแบบมาเป็นโถสแตนเลส ใช้งานได้ง่าย กะทัดรัด มีน้ำหนักเบา กระจายความร้อนแบบฮาโลเจน อบอาหารได้อย่างรวดเร็ว มากกว่าฝาอบอื่นๆได้ 3-5 เท่ากันเลยทีเดียว แถมสามารถตั้งเวลาปรับอุณหภูมิ และปรับความร้อนได้ตามต้องการ เป็นรุ่นที่ละลายน้ำแข็งได้ และมีตะแกรงสามารถทำเฟรนฟราย
Pros
– ตัวโถทำจากสแตนเลส ซึ่งสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี เเละขณะปรุงอาหารจะไม่มีควัน
Cons
– บริเวณเครื่องเป็นสแตนเลส จะมีความร้อนสูง หากไปจับ หรือโดน อาจจะเกิดอันตราย
7. ยี่ห้อ Mitsumaru
MITSUMARU หม้ออบลมร้อน ทำอาหารได้หลายเมนู เป็นหม้อที่สามารถทำให้อาหารมีความสดใหม่ และได้รสชาติที่อร่อยยิ่งกว่า ลมร้อนกระจายได้ทั่วหม้อ สุกอย่างทั่วถึงทุกด้าน ทำอาหารได้รวดเร็ว ราคาสุดย่อมเยา
Pros
– ลดไขมันได้สูงสุดถึง 90% แต่ยังคงรสชาติอร่อย กรอบนอกนุ่มใน
Cons
– ให้ความร้อนได้ไม่เร็วเท่าที่ควร ใช้เวลานานในการทำอาหาร, ไม่ประหยัดไฟฟ้า
8. ยี่ห้อ Kashiwa
หม้ออบลมร้อน นวัตกรรมสุดพิเศษ หม้ออบร้อนยี่ห้อไหนดี แนะนำ KASHIWA CKF-18E มีการผลิตมาจากสแตนเลสที่มีความแข็งแรง ฐานรองรับจะเป็นพลาสติก และมีหูจับทั้งสอง ซึ่งมีขนาดความจุ 12 ลิตร กำลังไฟ 1,300 วัตต์ มาพร้อมกับปุ่มโชว์อุณหภูมิ เริ่มตั้งแต่ 125 ถึง 250 องศา สามารถตั้งเวลาสำหรับทำอาหารได้ตั้งแต่ 10 ถึง 60 วินาที และมีตะแกรงเสริมสำหรับทำเฟรนฟราย
Pros
– ราคาถูก, มีตะแกรงเสริมสำหรับทำเฟรนฟราย
Cons
– วัสดุเป็นโถแก้ว สามารถแตกได้ง่าย, ทำอาหารได้บางเมนู
9. ยี่ห้อ House Worth
หม้ออบลมร้อน House Worth HW-CO15 แบบฮาโลเจนมีขนาดความจุ 12 ลิตร ทำความร้อนได้รวดเร็ว แถมช่วยประหยัดพลังไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี รังสรรค์เมนูอาหารได้ทุกรูปแบบ สามารถละลายน้ำแข็ง และทอดแบบไร้น้ำมันได้ เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ควบคุมอุณหภูมิความร้อนได้ตั้งแต่ 60 ถึง 250 องศา สามารถตั้งเวลาอบอาหาร ได้สูงสุด 60 นาที มีระบบความปลอดภัยกลุ่ม Micro Switch เพื่อปิดเปิดการใช้งาน
Pros
– ร้อนได้รวดเร็ว, ประหยัดไฟฟ้า, มีระบบละลายน้ำแข็ง
Cons
– เมื่อมีการปรับอุณหภูมิความร้อน และเวลาได้ไม่ดี จะส่งผลให้อาหารไหม้ได้รวดเร็ว
10. ยี่ห้อ SKG
หม้ออบร้อนยี่ห้อไหนดี SKG มาพร้อมกับดีไซน์สุดเก๋ไก๋ มีความทันสมัย สีสวยสดใส รูปทรงกระทัดรัด ประหยัดเนื้อที่ได้เป็นอย่างดี ผลิตมาจากแก้วเนื้อดี ทนความร้อนสูง ใช้งานได้ง่าย มีปุ่มสำหรับควบคุมสถานะอย่างชัดเจน ประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ มีโปรแกรมละลายน้ำแข็ง สามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 250 องศา มีระบบนิรภัยที่หูหิ้ว
Pros
– เครื่องกระทัดรัดประหยัดพื้นที่, ทนความร้อนสูง
Cons
– เป็นโถแก้วแตกได้ง่าย
เป็นเตาสำหรับการประกอบอาหาร หรือเป็นตัวช่วยสำหรับถนอมอาหาร หลักการทำงานเป็นตัวช่วยเป่าด้วยลมร้อนพัดอาหารเพื่อให้ความชื้น สามารถทำอาหารให้สุก ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ใช้เวลาไม่นาน ปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ
โดยหลักแล้วหม้ออบลมร้อนมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทหลัก
- หม้ออบลมร้อนแบบขดลวด เป็นประเภทของหม้ออบลมร้อนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
- หม้ออบลมร้อนแบบฮาโลเจน เป็นหม้อที่ ก็สามารถดูได้ง่ายว่าอาหารสุกหรือยัง แต่มีราคาที่แพงกว่า
- ไม่ต้องใช้น้ำมัน สำหรับประกอบอาหาร
- หม้ออบลมร้อน ช่วยดูดน้ำมันออกมาจากเนื้อสัตว์ได้
- ขนาดกะทัดรัด พกพาได้ง่าย ไม่กินพื้นที่ในห้องครัว
- ประหยัดเวลา ไม่มีกลิ่น และไม่มีควัน
- เมื่อมีสิ่งสกปรกไปเกาะที่ตัวให้ความร้อน จะส่งผลให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- ให้ความร้อนได้เร็วไม่เท่าที่ควร ใช้เวลานานในการประกอบอาหาร
- ไม่ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
- อุปกรณ์ให้ความร้อน หากเสียหาย เมื่อเปลี่ยนจะมีราคาค่อนข้างสูง
Related Suggest
10
Mar
รวมมาให้แล้วกับ 7 คลินิก แก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ที่ไหนดี ปี 2024!
กล้ามเนื้อหนังตาอ่อนแรงนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ยังกระทบกับชีวิตประจำวันอีกด้วย ใครเป็นแต่ไม่รู้ว่าจะแก้ที่ไหนดี เรามีคำตอบ
09
Mar
แนะนำ 5 บัตรกดเงินสดเงินเดือน 12,000 เอกสารน้อย อนุมัติง่าย ปี 2024
เงินเดือน 12,000 บาท ก็มีสิทธิ์สมัครบัตรกดเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้! บทความนี้เราขอแนะนำ 5 บัตรกดเงินสดเงินเดือน 12000 สมัครง่าย เอกสารน้อย อนุมัติไว ปี 2024!
Categories

Technology
อุปกรณ์ไอที, PC, โน๊ตบุ๊ค

Keyboard
คีย์บอร์ด

Smart Phone
โทรศัพท์มือถือ

Smart Home
บ้านอัจฉริยะ

Gadget
เก็ตเจ็ต

Wellness
สุขภาพ และความงาม

Clinic
คลีนิก

Hospital
โรงพยาบาล

Health
สุขภาพร่างกาย

Supplementary
อาหารเสริม

Medical Equipment
อาหาร และยา

Beauty
เครื่องสำอาง

Food
อาหาร

Convenience Food
อาหารสะดวกซื้อ

Fashion
เสื้อผ้า

Accessories
สร้อย, แหวน, กระเป๋า, อื่นๆ

Book
หนังสือ

Games
เกมส์

Dairy Product
ผลิตภัณฑ์นม

Houseware
เครื่องใช้ภายในบ้าน

Luandry
ซักรีด

Kitchenware
เครื่องใช้ในครัว

Personalcare
ผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเอง

Program
โปรแกรม











